ประยุกต์ใช้ derivativeอนุพันธ์
สูงสุด ต่ำสุด ดีที่สุด และการประมาณค่าอย่างเร็ว — ทั้งหมดมาจากความจริงข้อเดียว: ตรงที่เส้นโค้งเลี้ยวกลับ มันแบนราบ
ตรงที่เส้นโค้งเลี้ยวกลับ มันแบนราบ
ลองลากไปตามเส้นโค้งข้างบน — เป็นเส้นจากชีท y = x³ − 3x² − 24x + 1 เส้นสัมผัสสีเขียว: กำลังขึ้น สีแดง: กำลังลง จะเปลี่ยนจากขึ้นเป็นลงได้ ความชันต้องผ่านศูนย์ก่อน ดังนั้นยอดทุกยอดและก้นทุกก้นอยู่ตรงที่ f′(x) = 0 ค่า x เหล่านั้นเรียกว่าจุดวิกฤต
จากชีท “Math 1: ประยุกต์อนุพัน(จุดวิกฤต)” หน้า 2 และ 6 — ที่เรียก “สัมพัทธ์” เพราะสูงสุดหรือต่ำสุดแค่ในย่านใกล้ ๆ ไกลออกไปเส้นโค้งขึ้นสูงกว่าและลงต่ำกว่านี้อีก
อีกวิธีตรวจ: เส้นโค้งเว้าไปทางไหน f″ (differentiate สองครั้ง) บอกว่าความชันเองกำลังเปลี่ยนอย่างไร f″(x) = 6x − 6: ที่ x = −2 ได้ −18 < 0 เส้นโค้งเว้าล่าง ∩ — เป็นยอด ที่ x = 4 ได้ 18 > 0 เว้าบน ∪ — เป็นก้น และตรงที่ f″ = 0 (x = 1) การเว้าสลับด้าน: จุดเปลี่ยนเว้า
f′ เปลี่ยนจาก − เป็น + ที่ x = 3 ตรงนั้นคืออะไร
ลงก่อนแล้วขึ้น: เส้นโค้งลงมาแล้วกลับขึ้นไป x = 3 จึงเป็นก้น — จุดต่ำสุดสัมพัทธ์
คลองที่ดีที่สุด: การหาค่าเหมาะที่สุดแบบวิศวกร
คุณกำลังดาดคลองส่งน้ำหน้าตัดสี่เหลี่ยมด้วยคอนกรีต และมีพอสำหรับความยาวดาด 4 m ต่อหน้าตัด — พื้น b กับผนังสองข้างที่น้ำท่วมถึง y: b + 2y = 4 จะทำคลองลึกแคบ หรือกว้างตื้น แบบไหนให้น้ำไหลผ่านได้มากที่สุด คือได้พื้นที่หน้าตัด A = b·y มากที่สุด
ลองลากความลึก ผนังสีเหลืองกับพื้นสีเขียวตัดมาจากแผ่นคอนกรีตยาว 4 m แผ่นเดียวกันที่วาดไว้ข้างล่าง คลองยิ่งลึก พื้นจึงต้องยิ่งแคบ ส่วนกราฟทางขวา ความชันของ A บอกว่าลึกลงอีกนิดยังได้พื้นที่เพิ่ม (+) เริ่มเสียพื้นที่ (−) หรือไม่เปลี่ยนเลย (0) จุดที่แบนนั่นแหละคือคลองที่ดีที่สุด
เขียนพื้นที่ให้เหลือตัวแปรเดียว: b = 4 − 2y จึงได้ A = y(4 − 2y) = 4y − 2y² แล้ว dA/dy = 4 − 4y = 0 ได้ y = 1 m และ b = 2 m: คลองที่ดีที่สุดกว้างเป็นสองเท่าของความลึก นี่คือหน้าตัดที่ดีที่สุดทางชลศาสตร์ (best hydraulic section) ของหน้าตัดสี่เหลี่ยม b = 2y ซึ่งเป็นจริงไม่ว่าความยาวดาดจะเท่าไร และยังทำให้แรงเสียดทานต่อการไหลน้อยที่สุดด้วย คู่มือออกแบบจึงเริ่มจากตรงนี้
สูตรของโจทย์หาค่าเหมาะที่สุดทุกข้อ: เขียนสิ่งที่ต้องการให้มากที่สุดเป็นตัวแปรเดียว (ใช้เงื่อนไขที่กำหนด) differentiate แล้วให้เท่ากับ 0 จากนั้นตรวจว่าเป็นยอดจริง
ประมาณค่าอย่างเร็ว: ใช้เส้นสัมผัสแทนเส้นโค้ง
เมื่อซูมเข้าไป เส้นโค้งก็คือเส้นสัมผัสของมัน — ใกล้จุดที่เรารู้ค่า ใช้เส้นตรงแทนได้: f(x + Δx) ≈ f(x) + f′(x)·Δx ตัวอย่างในชีท: √37.01 เรารู้ว่า √36 = 6 และความชันของ √x ตรงนั้นคือ 1/(2√36) = 1/12 ดังนั้น √37.01 ≈ 6 + 1.01/12 ≈ 6.0842 ค่าจริงคือ 6.0836
Δx ยิ่งไกล เส้นตรงยิ่งห่างจากเส้นโค้ง — จากชีท “Math 1: ประมานค่า-โลปิตาล” หน้า 4
โลปิตาล: 0/0 อีกครั้ง คราวนี้ใช้ความชันตัดสิน
กลับไปที่ปริศนาในบทลิมิต (x² − 3x − 4)/(x² − 16) ที่ x = 4: ทั้งเศษและส่วนเป็น 0 ซูมเข้าไปที่ x = 4 ทั้งสองกลายเป็นเส้นสัมผัสที่ผ่านศูนย์: เศษ ≈ f′(4)(x − 4) ส่วน ≈ g′(4)(x − 4) แล้ว (x − 4) ตัดกันได้ เหลือแค่อัตราส่วนของความชัน:
differentiate เศษกับส่วนแยกกัน — ไม่ใช่กฎผลหาร — แล้วแทนค่า ได้ 5/8 เท่ากับที่แยกตัวประกอบได้ในบทลิมิต ใช้ได้เฉพาะรูป 0/0 (หรือ ∞/∞) เท่านั้น
ใช้โลปิตาล: limx→0 sin xx = ?
cos x / 1 ที่ 0 ได้ 1 — ลิมิตเดียวกับที่บทลิมิตแสดงด้วยวงกลม (ระวัง: การพิสูจน์ว่า differentiate sin x ได้ cos x ต้องใช้ลิมิตนี้เอง ดังนั้นโลปิตาลตรงนี้ใช้ตรวจ ไม่ได้ใช้พิสูจน์)
ดูฉบับเต็ม
- OpenStax Calculus Volume 1, §4.3 Maxima and Minima และ §4.5 Derivatives and the Shape of a Graph
- OpenStax §4.7 Applied Optimization Problems — โจทย์หาค่าเหมาะที่สุดพร้อมวิธีทำอีกหลายข้อ
- OpenStax §4.2 Linear Approximations and Differentials
- OpenStax §4.8 L’Hôpital’s Rule · 3Blue1Brown ตอนที่ 7 นาทีที่ 16:13 — โลปิตาล และใครเป็นคนค้นพบจริง (ภาษาอังกฤษ ยังไม่มีซับไทย)
หนังสือ OpenStax อ่านฟรี (CC BY-NC-SA) เป็นภาษาอังกฤษ